ญี่ปุ่น ท่องเที่ยว รีวิว

รีวิวเที่ยว Okinawa Day 1/4 ฉบับแมวเหมียว

ออกรถได้เล๊ยยยยยย ลุยยยยย !!!!

บรรยากาศบนท้องถนนค่า รถค่อนข้างน้อย วันนี้แดดดี ฟ้าช่างสวยสดใส งื้ออออออ ไม่เห็นท้องฟ้าแบบนี้มานานแล้ว เหมาะกับการออกท่องเที่ยวทะเลโอกินาว่าเป็นอย่างยิ่ง

แผนเที่ยว Okinawa

Day 1 : Shuri castle, Okinawa world, Kokusai Dori street

 


ขอตัดเข้าสู่ช่วง แมวพากิน ก่อนนะคะ ฮาาา

ที่แรกที่เราจะไปก็คือร้าน Hamazushi ค่า

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง กระเพาะแมวงี้ร้องโครกครากเกินจะทนไหว
ตอนแรกตั้งใจจะหาอะไรกินที่ Outlet ใกล้ๆกับที่รับรถ แต่ที่ไหนได้ Outlet เค้าแทบจะไม่มีอะไรให้กินเลย ฮืออ หลอกให้แมวหิ้วกระเพาะจากมาด้วยความหิว เป้าหมายต่อไปที่ฝากความหวังไว้ก็คือร้าน Hamazushi นี่แหละค่า

 

Hamazushi เป็นร้านซูชิราคา 100 เยน ที่มีสาขาค่อนข้างเยอะที่โอกินาวา ถ้าดูตามแมปก็จะเห็นได้ว่าร้านไม่ได้ไกลจากจุดที่แมวรับรถเท่าไหร่ (แต่ก็ไกลกว่า Outlet ล่ะนะ ถถถ)

ทุกคนพอจะเห็นสีส้มๆด้านล่าง OTS ที่แมวแปะรูปซูชิในแมปไหมคะ อาจจะเล็กไปนี๊ดดดนึง แต่ไม่ต้องกังวล แมวมีพิกัด google map มาให้ด้วยกดตามลิ้งด้านล่างได้เลยน๊าา

 

พิกัด https://www.google.co.th/maps/place/Hamazushi

 

แต่นแต๊นนน นี่คือหน้าตาของร้าน Hamazushi สาขาที่แมวไปประเดิมล่ะ

hamazushi

 

แล้วก็…ทุกคนนนนคะ ถ้าจะมากิน Hamazushi เนี่ย ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไม่มีที่จอด เพราะว่า นี่เลยจ้าาาา

เค้ามีลานจอดรถที่ออกจะกว้างขวางขนาดนี้ พี่จะมากี่คันก็บ่ยั่นนน รับได้หมดทุกคันเลยจ้า

และเจ้ารถโตโยต้าคันสีขาวตัวนี้ก็คือพระเอกที่จะพาน้องแมวแว๊นรอบเกาะโอกินาวาในครั้งนี้นั่นเองล่ะฮ๊าฟฟฟคุณผู้โช้มมมมมม

 

อ๊ะอ๊ะ นอกจากนี้แล้ว ข้างๆร้านซูชิเค้ายังมี Family mart ด้วยน๊าา

แมวล่ะชอบมากเพราะจะได้แว๊บบบเข้าไปซื้อขนมไว้เป็นเสบียงตุนในรถยามหิวโหยได้ด้วยล่ะจ้า

เรามาดูข้างในร้านกันดีกว่าค่า

 

ที่จริงที่ร้านเค้าจะมีแบบโต๊ะ กับแบบเค้าเตอร์บาร์ แมวเลือกนั่งที่เค้าเตอร์บาร์แหละ

อาจจะมีหลายคนนะคะที่กลัวว่าจะสั่งอะไรลำบากเพราะพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้

แมวจะบอกว่าแมวก็พูดไม่ได้เหมือนกันค่า พูดเป็นแต่ภาษาแมวๆ โอเคมั้ย เมี๊ยววว

ดังนั้นไม่ต้องกังวลค่ะเพราะว่า ที่ร้านเค้ามีเมนูภาษาอังกฤษ ไว้ให้เราได้เลือกอยู่แล้ว
เราอยากจะสั่งอะไรก็เลื่อนๆกดๆที่จอแล้วก็ จิ้มๆๆๆ

ของที่สั่งก็จะวิ่งตามสายพานมาหาเราเองแหละจ้าา ก่อนมาเค้าจะมีเสียงกะมีภาพที่จอด้วยน๊าาว่าของที่สั่งมาส่งแล้ว

สบายใจหายห่วงได้เลยว่าของที่มาส่งเป็นของเราแน่นอน อิอิ

ปล. เนื่องด้วยความหิวแมวก็เลยอดใจไม่ไหวกินเผลอกินเข้าไปหมดเลย ลืมถ่ายรูปมาให้ทุกคนดูว่าสั่งอะไรไปบ้างเฉยยย แหะๆ

 

พอเติมกระเพาะให้อิ่มกันแล้วก็ได้เวลาไปเที่ยวสักที ไปกันเล้ยยยยย go go go !!! แมวยังอยากจะบอกอีกสักทีว่าวิวระหว่างทางเนี่ยตื่นตาตื่นใจแมวมากเลยล่ะ

เนี่ย ทุกคนดูสิวิวระหว่างการขับรถ แมวงี้รู้สึกตื่นตาตื่นใจไปหมด

 


ส่วนสถานที่ที่แมวเลือกแนะนำให้ไปหลังทานข้าวเสร็จก็คืออออ

Okinawa World ค่า

พิกัด https://goo.gl/maps/aXBz462RTU1Y7uVr5

แต่นแต๊นนน ที่เห็นด้านล่างนี้คือทางเข้า Okinawa World ล่ะค่า เราก็จะต้องทำการซื้อบัตรก่อน

ต้องเล่าก่อนว่าที่นี่เนี่ยนอกจากจะมีถ้ำที่มีน้ำสีฟ้าแล้ว เค้าก็ยังมีโซนอื่นๆให้เราได้ชมกันอีกนะคะไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้านที่จัดแสดงวัฒนธรรมของคนที่นี่ สวนงู จุดขายของท้องถิ่น สวนที่มีต้นไม้เมืองร้อน แมวเลือกตั๋วเข้าชมถ้ำกับหมู่บ้านก็พอแล้วค่า

ราคาก็ 1240 เยน เพราะว่าเรื่องงูนั้นแมวไม่สู้แมวกลัวงูค่า ฮือๆ

โซนที่เสียเงินเนี่ยก็จะเป็นเฉพาะโซน ถ้ำ หมู่บ้าน แล้วก็ สวนงู

ราคาก็จะเป็นแบบ ดูทุกโซน เหมาจ่าย 1650 เยน

ดูเฉพาะ ถ้ำ กับหมู่บ้านแบบแมว ก็ 1240 เยน

ไม่เข้าถ้ำ ดูแเฉพาะหมู่บ้าน กับงู ก็ 1130 เยนค่า

** อันนี้ที่บอกไปเป็นราคาผู้ใหญ่นะคะ ราคาเก็กจะถูกกว่านี้ค่า

ที่แรกที่แมวไปก็คือเข้าถ้ำก่อนเลยค่า ในถ้ำอากาศจะเย็นกว่าด้านนอกเล็กน้อยนะคะ แล้วก็มีน้ำหยดอยู่ตลอดเวลาด้วย ดังนั้นต้องระวังลื่นล้มเพราะน้ำบนทางเดิน แล้วก็ระวังโดนน้ำหยดนะคะ เพราะบางจุดน้ำก็หยดใหญ่พอสมควร ทำเอาหัวเปียกไปครึ่งหัวได้ง่ายๆ ฮ่าๆ

พอเข้าไปก็จะเห็นวิวนี้เป็นวิวแรกค่ะ ช่วงที่แมวมาคนค่อนข้างน้อยแล้วเพราะเย็นแล้วด้วยแหละ ก็จะชิวๆนิดนึง (ถ้าช่วงที่คนเยอะ ตรงบันไดลงเค้าจะไม่ให้ถ่ายรูปนะคะเพราะกีดขวางคนที่จะเดินค่า)

okinawa world

จริงๆแล้วในถ้ำเนี่ยเค้าบอกว่ามันยาวตั้งห้ากิโลเมตรเลยนะคะทุกคน แต่ระยะทางที่เราสามารถเดินตามทางที่เค้าทำไว้ให้เราเดินในถ้ำได้ก็จะเกือบๆกิโลนึงได้ค่ะ เท่านี้ก็เยอะแล้วนะคะ เรื่องทางเดินก็ปลอดภัยหายห่วงค่ะ

 

เป็นทางแบบนี้หมดเลยสบายใจได้ เดินตามป้ายไม่มีหลงแน่นอน แมวคอนเฟิร์ม แต่ระวังลื่นกับระวังน้ำนิดนึงค่ะ อย่างที่บอกไปตอนแรกๆ เพราะบางจุดน้ำก็ไหลเหมือนฝนตกเลย จำได้ว่าเดินนานอยู่เหมือนกันนะคะ กว่าจะเจอจุดที่เห็นน้ำสีฟ้า

ดีใจไชโยมากค่ะเดินมาตั้งนาน นึกว่าถูกหลอกแล้วนะเนี่ย ใจนี่แป้วไปนิดนึงละตรงที่เดินมาตั้งนานก็ยังไม่เจอน้ำสีฟ้า

ในที่สุดก็เห็นถ้ำที่มีน้ำสีฟ้าแล้วค่าทุกคนนน

 

okinawa world

 แต่ใช่ค่ะ เห็นอะไรกันไหมคะทุกคน แมวแอบเสียใจตรงที่น้ำมันเป็นสีฟ้าเพราะเค้ายิงไฟสีฟ้าใส่นี่แหละ ฮืออ นี่มันไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์อย่างที่แมวคิดไว้หรอกหรือ นี่เรามาดูน้ำที่มีไฟสีฟ้าส่อง มันถึงได้กลายเป็นสีฟ้าหรือนี่ ฮืออ คุณหลอกแมววววว

เนื่องจากเดินไปถ่ายรูปไป บ่นไป กว่าจะออกมาจากถ้ำ ก็ใช้เวลาเกือบๆชั่วโมงแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆ บ้าบอจริงๆ

จริงๆวันที่แมวไปเนี่ยแมววางแผนไว้ว่าจะไปแค่ที่เดียว ดังนั้นแมวก็เลยเลือกไปปราสาทชูริก่อนค่า

พอไปจริงๆ เวลาดันเหลือหลังจากชมปราสาท ก็เลยต้องย้อนกลับมาเที่ยวโอกินาว่าเวิล

เพราะฉะนั้นแมวก็จะทันได้โฉบโซนหมู่บ้านแค่นิดนึงเท่านั้นค่ะ (ที่นี่เค้าปิดตอนสี่โมงเย็นนะคะทุกคนต้องทำเวลานิดนึง)

แต่ขอบอกว่าการ ยืนฟังเสียงซันชิน (Sanshin) ที่เป็นเครื่องดนตรีเฉพาะบนเกาะโอกินาว่าคลอไปกับเสียงป้ายไม้ที่แขวนไว้ตีกันดังกรุ๋งกริ๋งๆตอนที่ลมพัดเนี่ยก็ได้ฟีลประทับใจเหมือนกันนะคะ ต้องลองมาฟังดูค่ะทุกคน

 


 

ปราสาทชูริ (Shurijo Castle)

พิกัด https://www.google.co.th/maps/place/Shurijo+Castle/

 

หลังจากไปถึง จอดรถแล้วก็ซื้อตั๋วผู้ใหญ่เข้าชมปราสาท คนละ 820 เยน ก็ไปกันเลยค่า

แมวขอเล่านิดนึงว่า ปราสาทชูริเนี่ยจัดเป็นหนึ่งสถานที่ไฮไลต์ของเกาะโอกินาว่าเลยน๊าา เพราะเค้าได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ด้วยล่ะ

ตัวปราสาทก็จะเป็นสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นผสมกับจีน เราจะสังเกตได้ตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าว่ามีความจีนด้วยใช่มั๊ยล่าา

 

 

แล้วก็นะ วันที่แมวไปเนี่ย มีสาวใส่ชุดกิโมโนแบบโอกินาว่าด้วยล่ะค่าา ชุดกิโมโนของเค้าเนี่ยมีเอกลักษณ์สุดๆไปเลยเนอะะ //ตาเป็นประกาย

อันที่จริงละแวกนั้นเค้ามีที่เช่าชุดกิโมโนด้วยนะคะ สำหรับใครที่สนใจใส่ชุดกิโมโนเยี่ยมปราสาทชูริก็สามารถลองเช่าดูกันได้

แมวคิดว่าใส่แล้วต้องถ่ายรูปออกมาสวยแน่นอนเลยล่ะค่า ก็ชุดเนี่ยช่างเข้ากั๊นเข้ากันกับบรรยากาศเหลือเกิน

 

อะก่อนจะถึงตัวปราสาทก็ต้องขึ้นบันไดกันก่อนล่ะนะ ขึ้นไปเค้าก็มีจุดให้ชมวิวเมืองด้วย

ก็จะเห็นแบบนี้ คือจริงๆจะมีจุดอื่นอีกที่ขึ้นไปข้างบนแล้วจะเห็นเมืองในมุมสูงกว่านี้ เดี๋ยวแมวลงให้ดูตอนหลังๆนะ

 

ต้องบอกว่าน่าเสียดายที่ปราสาทชูริโดนไฟไหม้ไปเมื่อ สิ้นเดือนตุลา ปี 62 คนที่ไปหลังจากนี้อาจจะต้องรอเค้าบูรณะใหม่หน่อยน๊า

จริงๆตัวปราสาทที่ถูกไหม้ไปเนี่ยเป็นตัวปราสาทที่เค้าสร้างจำลองขึ้นมาอีกทีเพราะว่าปราสาทชูริของจริงเนี่ยโดนไฟไหม้ไปแล้วตั้งแต่ก่อนจะเกิดสงครามโลกแล้วแหละ ที่เค้าขึ้นทะเบียนมรดกโลกไว้เนี่ยจะเป็นแค่ตัวซากปราสาทเฉยๆล่ะค่า โชคดีของแมวที่ยังทันได้เห็นปราสาทก่อนที่จะเกิดไฟไหม้ เลยยังมีรูปมาฝากเพื่อนๆ

shurijo

ได้เห็นเท่านี้แมวว่าแมวก็รู้สึกว่าคุ้มแล้วแหละ เป็นปราสาทสีแดงที่ถ่ายรูปขึ้นกล้องจริงๆเลยค่า

แต่ยัง ยังไม่หมดเท่านี้ เราจะได้เข้าไปชมด้านในด้วย

ที่เห็นก็เป็นพระที่นั่งของกษัตริย์แล้วก็วิวด้านในปราสาทแหละค่า มีจุดชมสวนด้วยน๊า ตัวปราสาทจะมีความญี่ปุ่นที่ผสมกิ่นอายจีนเข้าไปด้วย

จริงมีอะไรให้ชมอีกเยอะเลยแต่แมวไม่ได้ถ่ายมา ตอนแรกกะว่าจะให้คุณผู้อ่านได้ไปเจอด้วยตาตัวเองดีกว่า แต่หลังจากได้ข่าวไฟไหม้ก็แอบเสียดายที่ไม่ได้เก็บรูปมาให้เยอะกว่านี้ล่ะน๊า …

หลังจากออกมาจากปราสาทเสร็จเราก็จะเดินเล่นไปเรื่อยๆ

จนมาถึงทางที่ค่อยๆพาเราเดินขึ้นไปที่จุดชมวิวค่า

 

 

นี่ไง ในที่สุดเราก็มาถึงจุดชมวิวแล้ว เป็นจุดที่เราสามารถมองเห็นทั้งตัวปราสาททั้งหมดแล้วก็วิวของเมือง Okinawa  ด้วยล่ะะ

หลังจากชมปราสาทเสร็จแล้วก่อนกลับก็ขอแวะไปซื้อไอติม  Blue Seal ชื่อดังของเกาะโอกานาว่าให้ชื่นใจหน่อยดีกว่า

ทางเดินกลับยังบรรยากาศดีอะ คิดดู๊ววว แมวนี่ชอบอะไรธรรมชาติๆ แบบนี้เลยค่า ต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายเลยล่ะ

 เค้ามีจุดขายของฝากทานอาหารกับแวะพักผ่อนด้วยน๊า บรรยากาศดีทีเดียวค่า มีเสียงจั๊กจั่นร้องด้วย สมกับเป็นหน้าร้อนจริงๆ

 

ส่วนไอติม Blue seal แมวเลือกไอติมแบบหลายๆรสรวมกันไปเล๊ยย ขอชิมให้ครบทุกรสใน 1 อัน ฮ่าๆ

อากาศร้อนจนไอติมละลายไวเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าๆ แมวต้องรีบกินซะแล้ว อร่อยชื่นใจจริงๆน๊าา

 


 

Kokusai Dori street 

มาถึงที่เที่ยวยามค่ำคืนของวันนี้แล้วค่า คืนนี้แมวจะพาทุกคนไปเดินเล่นที่ถนน Kokusai Dori street กันล่ะค่า

ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่อยู่ในตัวเมืองโอกินาว่า อย่างที่แมวเคยเล่าไปคร่าวๆแล้วว่า ถนนเส้นนี้เนี่ยมีความยาวประมาณสองกิโลเมตร

โดยถนนทั้งเส้นเนี่ยจัดว่าเป็นแหล่งชอปปิง เดินเล่น แล้วก็เป็นแหล่งของร้านค้าร้านอาหาร/กินดื่ม

ซึ่งคืนนี้แมวก็แพลนไว้แล้วแหละว่าแมวจะขอเดินเล่นแล้วก็กินข้าวที่ร้านบนนถนนเส้นนี้นี่แหละค่า

เพราะฉะนั้นแมวก็เลยเลือกที่พักที่ใกล้ๆ จะได้เดินไปเดินกลับได้สะดวกเผื่อแมวชอปปิงเพลินแล้วรถไฟฟ้าหมดจะได้เดินกลับได้ ฮ่าๆ

แต่ไม่ต้องกลัวนะคะทุกคน ถนนเส้นนี้เค้ามีสถานีรถไฟฟ้า monorail หลายสถานีที่สามารถมาถนนเส้นนี้ได้ไม่ว่าจะเป็น สถานี Miebashi (มิเอะบาชิ) Makishi (มากิชิ) เรียกได้ว่าสะดวกสบายสุดๆเลย ใครพักที่อื่นก็ใช้ monorail มาที่นี่ได้ว่างั้นเถอะ

พิกัด: https://goo.gl/maps/qHMddbrvm1bPuWQM9

ช่วงต้นๆที่เดินมาก็จะเจอแบบนี้เลยจ้า นี่ สว่างไสวเจิดจ้าเสียเหลือเกิน ข้าวก็ยังไม่ได้กินหรอกค่า แต่จิตใจก็พุ่งไปหาร้านขายของแล้วว่างั้นเถอะ ฮ่าๆ สายชอปนี่ล่ะน๊าาา …

okinawa kokusaidori street

ดูสิคะทุกคน เกาะโอกินาว่าเค้าก็ไม่ได้ขาดที่ชอปปิงของฝากน๊าทุกคนนนน

แต่อย่างว่า ภารกิจแรกของแมวสำหรับคืนนี้ก็คือตามหาร้านที่ขายอาหารท้องถิ่นก่อนค่ะ

แล้วแมวก็ได้เดินหลงเข้าไปในดงอิซากายะ ถ้าทานที่นี่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะคะ

แต่คิวคนรอนั่งโต๊ะของแต่ละร้านถือว่าเยอะเลยค่ะสำหรับคืนนี้ ด้วยความหิวที่รอไม่ค่อยจะไหว ก็ขอผ่านก่อนแล้วกันค่า

ร้านไหนก็ขายดิบขายดีกันจริงๆค่ะ

สุดท้ายแมวก็ได้กินร้านนี้ค่า 沖縄料理 ちぬまん 国際通り 牧志店 (Okinawa Cuisine Chinuman Kokusai Dori Makishi) แมวจะปักพิกัดไว้ให้เผื่อคนอยากจะมาลองดูนะคะ https://maps.app.goo.gl/or4rvxbFRGqS6ueA9 

เนื่องจากว่าตอนนั้นไม่ได้ถ่ายรูปร้านมา ต้องขอยืมรูปจากเพจของร้านมาใช้ก่อนแล้วล่ะค่า ร้านเค้าก็จะหน้าตาประมาณนี้เลย

มีวัตถุดิบกับเมนูที่โดดเด่นเป้นสง่าโชว์อยู่หน้าร้าน ซึ่งดึงดูดแมวได้ดีมากเลยค่า ไอ้การที่เราพูดไม่ได้เนี่ย

อย่างน้อยก็ขอร้านที่มีเมนูที่มีรูปไว้ก่อนให้อุ่นใจล่ะนะ ฮ่าๆ

นี่เลยค่า หน้าตาร้านแบบนี้เลย เข้ามาแมวก็นั่งเค้าเตอร์บาร์ค่ะ ก็จะหน้าตาประมาณนี้ เราก็จะได้ซุป ซุปมิโซะใส่สาหร่ายโมะซุกุ (Mozuku) มาก่อนคนละถ้วย เป็นอาหารท้องถิ่นของเค้าล่ะค่ะ

 

สิ่งที่แมวกับหมู พลขับรถสั่งมาคืนนี้คือ ข้าวผัด  ผัดมะระ หมูสามชั้น ซูชิหน้าเนื้อค่า

อร่อยทุกอย่างจริงๆค่ะ สำหรับร้านนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังเลย เริ่มที่ข้าวผัดหอมๆ รสกลมกล่อม

ราดด้วยมะระผัด หรือที่เรียกว่า โกยะชัมปุรุ (Goya Champuru) สำหรับใครที่ไม่ชอบความขมอาจจะต้องผ่านเมนูนี้ไปค่า เพราะมะระเค้ายังมีความขมอยู่นิดนึง แต่ไม่ได้ขมปี๋อยู่ในระดับที่ทานไม่ได้นะคะสำหรับคนทั่วไปแล้วแมวว่ากินได้สบายมากค่า

ส่วนตัวซูชิเนื้อก็ทำมาดีมาก เนื้อไม่มีความเหนียว ไม่มีความคาวเลย อร่อยมากๆค่ะ อยากให้ทุกคนได้ลอง

มาถึงตัวไฮไลต์เด็ดของคืนนี้ ก็คื๊อออออ เมนูหมูสามชั้นของโอกินาว่าหรือที่เรียกว่า ราฟุเท (Rafutei) นั่นเองค่า ตัวนี้เนี่ย อร่อยหมดจนหยดสุดท้ายเลยอะ พูดแล้วก็เขิน เพราะหมูเค้า ทำมานิ่มแทบจะละลายในปากอยู่แล้ว มีความกลมกล่อมระหว่างรสหวานกับรสเค็ม พูดก็พูดเลยค่าว่าเสียใจที่ได้น้ำที่ใช้ตุ๋นหมูมาน้อยไปหน่อย เพราะตอนที่หมูหมดไปแล้วเนี่ย แมวเหมียวกับหมูก็คือยังเอาน้ำที่เค้าใช้ตุ๋นมาราดข้าวผัดอยู่เลย

แล้วก็ไม่ใช่แค่นี้นะคะ ตอนที่พนักงานเค้าจะเก็บจานที่ทานหมดแล้ว แล้วเค้าทำท่าว่าจะเอาถ้วยที่เหลือแค่น้ำตุ๋นหมูไปด้วยเนี่ยคุณหมูก็ห้ามใหญ่เลยค่ะว่าอย่าเอาไปๆ อันนี้อร่อยมาก ขอกินให้หมดหยดสุดท้ายก่อน โอ๊ยยย ก็อายอยู่นะคะเอาจริงๆแล้วเนี่ย

พูดถึงหมูตุ๋นสูตรโอกินาว่าแล้วเนี่ยเค้าทำด้วยการการเอาหมูสามชั้นมาตุ๋นกับเหล้าอะวาโมริ ใส่โชยุ แล้วก็น้ำตาลทรายแดงลงไปค่า เนื้อหมูก็เลยจะฉ่ำเป็นพิเศษแถมยังตุ๋นกันจนหมูเนี่ยนุ่มละมุน เราแทบจะตัดเนื้อที่ตุ๋นนี้ได้ด้วยการใช้แค่ตะเกียบเลยล่ะค่า โอ๊ยย เล่าแล้วก็หิว

แมวขอปิดท้ายไปด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของถนนเส้นนี้กันค่า ก็ต้องจบแผนของ Day 1 ไว้เท่านี้ เพราะหลังจากนี้คุณหมูที่มึนน้ำเก๊กฮวยกับแมวเหมียวก็เริ่มตะลอนชอปแล้วก็เดินกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันที่ 2 ต่อไปค่า

 

ตามมาดูวันที่ 2 ของการเที่ยวเกาะโอกินาว่ากับแมวเหมียวได้ที่นี่เลย

>>> รีวิว Day 2/4 ขับรถเที่ยวเกาะโอกินาวา <<<

Leave a Reply